วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

4.1 การรวมกลุ่มเพื่อเสริมสร้างสุขภาพในชุมชน

1.1 ความหมายของสุขภาพ
มนุษย์เกิดมาย่อมปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข ความสุขของมนุษย์ย่อมขึ้นอยู่กับ องค์ประกอบต่าง ๆ หลายประการ ที่สำคัญคือสภาพความสมบูรณ์ของร่างกายและจิตใจ หรือการมีสุขภาพ กายและสุขภาพจิตที่ดีนั่นเอง เมื่อมนุษย์มีร่างกายและจิตใจสมบูรณ์ จะทำให้มีความสามารถในการปรับตัว มีความเชื่อมั่นในตนเอง ไร้ความกังวล ไม่มีความเครียด และไม่,มีความขัดแย้งภายใน สามารถใช้ชีวิตอยู่ใน สังคมร่วมกับผู้อื่นได้ สามารถกระทำตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม และมีสมรรถภาพในการทำงาน ตังนั้น ความหมายของคำว่า สุขภาพ (Health) ขององค์การอนามัยโลก คือ ภาวะแห่งความสมบูรณ์ของร่างกาย จิตใจและสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นสุขมิใช่เพียงความปราศจากโรคและความพิการเท่านั้น
1.2 ความสำคัญของสุขภาพ
สุขภาพมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์เป็นอย่างยิ่ง เพราะความสุขหรือความทุกข์ของ มนุษย์ขึ้นอยู่กับสุขภาพเป็นสำคัญ ความสำคัญของสุขภาพสรุปได้เป็น 3 ระดับ ตังนี้
1) ความสำคัญต่อตนเอง บุคคลจะมีความสุขหรือความทุกข์ย่อมขึ้นอยู่กับสุขภาพเป็นสำคัญ หากมี สุขภาพกายดี คือมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคภัยเบียดเบียนและมีสุขภาพจิตที่ดี คือไม่คิดอิจฉาริษยา หรืออาฆาตมาดร้ายต่อผู้อื่น ผู้นั้นย่อมมีแต่ความสุขในทางตรงกันข้าม หากสุขภาพกายไม่ดี คือร่างกายไม่แข็งแรง เจ็บไข้ได้ป่วยเป็นประจำและมีสุขภาพจิตไม่,ดี คือจิตใจฟุ้งซ่านไม่,มีที่สิ้นสุด มีความริษยาอาฆาต มาดร้ายผู้อื่น ผู้นั้นจะมีแต่ความทุกข์สุขภาพกายและจิตจะเสื่อมโทรม หากวามสุขในชีวิตไม่ได้
2) ความสำคัญต่อครอบครัว สุขภาพมีส่วนสำคัญในการสร้างความสำเร็จหรือความล้มเหลวให้แก, ครอบครัว เพราะครอบครัวย่อมประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นพื้นฐานสำคัญคือ พ่อ แม่ ลูก การที่พ่อแม่ลูกมี สุขภาพกายและจิตที่ดีย่อมทำให้ครอบครัวมีความสุข ในทางกลับคันหากสมาชิกในครอบครัวมีปัญหาทาง สุขภาพกายหรือสุขภาพจิต ความล้มเหลวในชีวิตครอบครัวย่อมจะเกิดขึ้นได้
3) ความสำคัญต่อสังคม ในสังคมหนึ่ง ๆ ประกอบด้วยสมาชิกจำนวนมาก แต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาอย่างมากมายทั้งปัญหาที่เกิดจากสุขภาพทาง กายและสุขภาพทางจิต อาจเกิดอาการเจ็บไข้ได้ป่วย เช่น โรคที่เกิดจากความล้วนจนเกินไป โรคที่เกิดจาก ความเครียดเพราะสภาพปัญหาทางสังคม เป็นด้น
1.3 ลักษณะของผู้ที่มีสุขภาพและจิตที่ดี
ผู้ที่มีสุขภาพที่ดีจะต้องมีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตดี จึงจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่าง มีความสุข
คนที่มีสุขภาพกายดี หมายถึง คนที่มีร่างกาย ทั้งอวัยวะต่าง ๆ และระบบการทำงานอยู่ในสภาพที่ สมบูรณ์ แข็งแรง และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นปกติ
คนที่มีสุขภาพดีจะมีลักษณะ ดังนี้
1. มีร่างกายที่สมบูรณ์ แข็งแรง สามารถทรงตัวได้อย่างมั่นคงและเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว
2. สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่เหนื่อยเร็ว
3. อวัยวะและระบบทุกส่วนของร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรงและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็น
ปกติ
4. อัตราการเจริญเติบโตของส่วนต่าง ๆ ในร่างกายเป็นไปตามวัยอย่างเหมาะสม
5. ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ และไม่มีโรคประจำตัว
6. สามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่และมีหน้าตาสดชื่นแจ่มใส
คนที่มีสุขภาพจิตดี หมายถึง คนที่สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ สามารถควบคุมอารมณ์ ทำจิตใจให้เบิกบานแจ่มใสและสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข คนที่มีสุขภาพจิตดีจะมีลักษณะ ตังนี้
1. สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมใด เช่น ที่บ้าน ที่โรงเรียน ที่ทำงาน เป็นด้น
2. มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความคิดที่เป็นอิสระกล้าตัดสินใจด้วยตนเองอย่างมีเหตุผล ยอมรับ ปงความคิดเห็นของคนลื่น ไม่ดื้อรั้นและพร้อมที่จะเผชิญกับผลที่จะตามมา
3. สามารถเผชิญกับความเป็นจริง โดยแสดงออกได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลว
4. สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดี ไม่แสดงความโกรธ เกลียดหรือรัก เสียใจ ผิดหวัง จนมากเกินไป
5. รู้จักรักผู้ลื่นที่อยู่ใกล้,ชิดหรือผู้ที่รู้จัก ไม่ใช่รักแต่ตัวเอง มีความปรารถนาและยินดีที่ผู้ลื่นมี ความสุขและประสบความสำเร็จ
6. มีความสุขในการทำงานด้วยความตั้งใจ ไม่ย่อท้อและไม่เปลี่ยนงานบ่อย ๆ
7. มีความกระตือรือร้น มีความหวังในชีวิต สามารถทนรอคอยในสิ่งที่มุ่งหวังได้
8. มองโลกในแง่ดี ไม่หวาดระแวงและพอใจในสภาพของตนเองที่เป็นอยู่
9. มีอารมณ์ขัน หาความสุขได้จากทุกเรื่อง ไม่เครียดจนเกินไป สามารถพักผ่อนสมองและอารมณ์ ได้เหมาะสมกับเวลาและโอกาส
10. รู้จักผ่อนคลายโดยการพักผ่อนในเวลา สถานที่และโอกาสที่เหมาะสม
1.4 หลักการดูแลรักษาสุขภาพและสุขภาพจิต

การที่บุคคลจะมีสุขภาพทางกายและสุขภาพทางจิตดี และเป็นทรัพยากรที่มีค่าของสังคมนั้น จะต้อง มีความรู้และสามารถปฏิบัติตามหลักสุขภาพอนามัยได้อย่างถูกต้อง
หลักการดูแลรักษาสุขภาพกายและสุขภาพจิต มีดังนี้
1. มีพฤติกรรมการบริโภคที่ดี โดยการรับประทานอาหารที่สะอาด ถูกหลักอนามัย มีประโยชน์ต่อ ร่างกายและให้สารอาหารครบถ้วน โดยควรรับประทานผลไม้และผักสดทุกวัน ดื่มนี้าที่สะอาดให้เพียงพอใน แด,ละวัน ซึ่งควรดื่มนี้าอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว ไม่ควรดื่มนี้าชา กาแฟ หรือเสพสารเสพติดประเภทต่าง ๆ
2. รู้จักออกกำลังกายให้เหมาะสม การออกกำลังกายจะช่วยให้อวัยวะและระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และช่วยเสริมสร้างความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกาย จึงควรออกกำลัง กายทุกวันอย่างน้อยวันละ30นาทีการเลือกประเภทของการออกกำลังกายต้องคำนึงถึงสภาพร่างกาย วัย สถานที่และความเหมาะสมทางเศรษฐกิจของแด,ละบุคคลด้วย
3. รู้จักรักษาความสะอาดของร่างกายให้เหมาะสม แด,ละบุคคลจะมีภารกิจในการทำกิจกรรม เพื่อการดำรงชีวิตแตกต่างกันและระบบขับถ่ายจะขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายตามอวัยวะต่างๆ หากไม่,ทำ ความสะอาดจะทำให้เกิดของเสียต่างๆ หมักหมุ่นอยู่และเป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้ ดังนั้น ทุกคน จึงควรทำความสะอาดร่างกาย โดยอาบนี้าอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง แปรงพีนอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง สระผม อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ตัดเล็บมือเล็บเท้าให้สั้นเสมอ สวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด
4. ขับถ่ายให้เหมาะสมและเป็นเวลา ทุกคนควรถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลา วันละ 1 ครั้ง อย่ากลั้น อุจจาระหรือปัสสาวะ เพราะจะทำให้ของเสียหมักหมมและเป็นอันตรายต่อระบบขับถ่ายได้ เช่น อาจจะเป็น โรคริดสีดวงทวาร โรคท้องผูก หรือโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ/เบาขัดได้ เป็นด้น
5. พักผ่อนให้เพียงพอ การพักผ่อนจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย อวัยวะและระบบต่างๆ ในร่างกายมี เวลาพักเพื่อจะเริ่มทำหน้าที่ในวันต่อไปอย่างสดชื่น นอกจากร่างกายจะได้พักผ่อนแก้วยังทำให้สมองได้ พักผ่อนอีกด้วย
6. ปรับตัวให้เข้าลับสภาพแวดล้อม ในชีวิตประจำวันแด,ละบุคคลต้องพบปะกับผู้คนมากหน้า หลายตา ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน ที่โรงเรียนและสถานที่ราชการต่างๆ การที่จะดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเป็น ปกติสุข บุคคลย่อมต้องเข้าใจและยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล สามารถลดความขัดแย้งต่าง ๆ ได้ ให้ความเห็นอกเห็นใจและเอื้ออาทรต่อผู้อื่น
7. ใช้บริการสุขภาพตามระยะเวลาที่เหมาะสม หากเกิดเจ็บป่วย บุคคลต้องรู้จักใช้บริการทาง การแพทย์ที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้ความเจ็บป่วยลุกลามมากยิ่งขึ้น นอกจากการใช้บริการทางสุขภาพเพื่อรักษา โรคแก้ว ยังสามารถใช้บริการทางสุขภาพเพื่อป้องกันโรคได้โดยการตรวจร่างกายเป็นระยะๆ อย่างสม่ำเสมอ ตามความเหมาะสมกับสภาพร่างกายและวัย
กิจกรรม
ให้นักศึกษาสำรวจตัวเองดูว่าเป็นคนที่มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดีหรือไม่ มีส่วนใดที่จะต้อง ปรับปรุงแก้ไข และควรทำอย่างไร โดยให้เขียนตอบ แก้วออกมาอภิปรายให้เพื่อนได้รับฟัง เพื่อร่วมกันแก้ไข ปรับปรุงแนะนำ
1.5 การรวมกลุ่มเพื่อเสริมสร้างสุขภาพในชุมชน
การดูแลรักษาและเสริมสร้างสุขภาพกาย สุขภาพจิตของแต่ละบุคคลเป็นสิ่งสำคัญที่ควรปฏิบัติให้ เป็นกิจนิสัย โดยปฏิบัติให้ครอบคลุมทุกองค์ประกอบที่สำคัญ ได้แก่ การเลือกบริโภคอาหารให้ถูกหลัก โภชนาการ การพักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายสม่ำเสมอ เป็นด้น ทั้งนี้หากปฏิบัติได้อย่างครบถ้วน ถูกต้อง เหมาะสมคับสภาพความพร้อมของร่างกายและสอดคล้องคับวิถีชีวิตย่อมก่อให้เกิดความสมดุล สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข ปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม การดูแลรักษาสุขภาพของตนเองเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ หากบุคคลในครอบครัว มีปีญหาสุขภาพย่อมส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของทุกคน เช่น เกิดภาวะในการดูแลภาระค่าใช้จ่ายใน การรักษา ฟื้นฟูสุขภาพ เป็นด้น ทั้งนี้จึงควรส่งเสริมให้สมาชิกในครอบครัว และเพื่อนสมาชิกในชุมชนมี ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพอย่างถูกวิธี ตลอดจนเชิญชวน รวมกลุ่มกันปฏิบัติกิจกรรม ส่งเสริมสุขภาพต่างๆ ขึ้นในชุมชน อันจะเป็นการเสริมสร้างสุขภาพกาย สุขภาพจิตและความสัมพันธ์อันดี ต่อคัน ซึ่งกิจกรรมที่จะก่อให้เกิดการรวมกลุ่มเพื่อเสริมสร้างสุขภาพในชุมชน ได้แก่
1. การรวมกลุ่มเพื่อเรียนรู้ร่วมคันเกี่ยวคับแนวปฏิบัติในการดูแลสุขภาพของกลุ่มบุคคลวัยต่าง ๆ เช่น สตรีมีครรภ์ มารดาหลังคลอดเด็กทารก วัยรุ่น ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วย เป็นด้น
2. การรวมกลุ่มเพื่อออกกำลังและเล่นกีฬา ซึ่งปัจจุบันชุมชนท้องถิ่นต่าง ๆ ให้ความสนใจ สนับสนุนส่งเสริมคันมาก เช่น การรวมกลุ่มเต้นแอโรบิก การแข่งขันกีฬาระหว่างชุมชน เป็นด้น
3. การรวมกลุ่มเพื่อร่วมกิจกรรมการพักผ่อนและนันทนาการ เช่น การท่องเที่ยว การร้องเพลง เล่นดนตรี การบำเพ็ญประโยชน์การปลูกต้นไม้ในสถานที่สาธารณะ ฯลฯ ทั้งนี้มุ่งเน้นการปฏิบัติที่ไม่,หนัก เกินไป แต่สร้างความเพลิดเพลินและความสัมพันธ์อันดีในกลุ่มสมาชิกเป็นหลัก
4. การรวมกลุ่มเพื่อปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนา เช่น การท่าบุญไหว้พระ การปฏิบัติศาสนกิจ การ'แกสมาธิ ฯลฯ เป็นด้น
ทั้งนี้ การรวมกลุ่มเพื่อปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ดังกล่าวควรครอบคลุมหลักการดูแลสุขภาพกายด้าน อาหารและโภชนาการ การออกกำลังกาย การพักผ่อน นันทนาการ และการเสริมสร้างสุขภาพจิต โดยการ รวมกลุ่มสมาชิกในครอบครัว เพื่อนและคนในชุมชนจะก่อให้เกิดความสนุกสนาน กระตือรือร้น ไม่เบื่อ หน่าย และเกิดความรู้เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่อคัน อันจะส่งผลให้เกิดพลังความ เข้มแข็งทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน และประเทศ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น