วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

7.2 แนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของสารเสพติด


ป้ญหายาเสพติดเกิดขึ้นไต้เพราะมีสถานการณ์สองอย่างประกอบกัน คือ มีผู้ด้องการใช้ยาอยู่ใน สังคม (Demand) กับมียาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ (Supply) ซึ่งองค์ประกอบทั้งสองนี้ ต่างฝ่ายต่างส่งเสริมสนับสนุนซึ่งกันและกันแบบลูกโซ่ ดังนั้น การแก้ไขป้ญหายาเสพติด จึงต้อง ดำเนินการกับองค์ประกอบทั้งสองอย่างไปพร้อม ๆ กัน คือ จะต้องลดปริมาณความต้องการยาเสพติดลง ในขณะเดียวกันก็จะต้องลดปริมาณของยาเสพติดในตลาดด้วย ในทางปฏิบัติระหว่างมาตรการสองอย่างนี้ ดูเหมือนว่ามาตรการลดความต้องการจะไต้รับความสนใจน้อยกว่า เพราะคนส่วนใหญ่จะนึกถึงการลด ปริมาณยาในตลาดเสียมากกว่า
ป้ญหายาเสพติด คือ ป้ญหาที่เกิดจากการใช้ยาเสพติดหรือใช้ยาในทางที่ผิดซึ่งเป็นป้ญหาพฤติกรรม ของมนุษย์อันเนื่องมาจากความคาดหวังที่จะไต้รับประโยชน์จากฤทธของยาหรือจากความคิดที่จะอาศัย ฤทธยาเป็นที่พื่งในสถานการณ์ต่างๆ องค์ประกอบสำคัญของป้ญหาคือ ยากับคนเป็นองค์ประกอบหลัก โดยมีแรงจูงใจให้ใช้ยากับโอกาสที่เอื้อต่อการใช้ยาเป็นองค์ประกอบเสริมถ้าองค์ประกอบอย่างใดอย่างหนึ่ง ขาดไปป้ญหายาเสพติดจะไม,เกิดขึ้น มีแด,คนแด,ไม,มียา หรือมีแด,ยาแด,ไม,มีคนใช้ยาปีญหาก็จะไม,เกิด หรือมีคนมียาแด,ไม,มีแรงจูงใจให้คนเอายามาใช้ ปีญหาก็จะไม,เกิด หรือแม้จะมีแรงจูงใจให้ใช้ยา มีคนที่อยาก ใช้ยา และมียาให้ใช้ แด,ไม,มีโอกาสจะใช้ เช่น สถานที่ไม,เหมาะสม ไม,มีอุปกรณ์ มีตำรวจตรวจตราเข้มงวด หรืออยู่ในสายตาพ่อแม่ ครูอาจารย์การใช้ยาจะเกิดขึ้นไม,ไต้ ปีญหายาเสพติดก็จะไม,เกิด
ดังนั้น การป้องกันปีญหายาเสพติด ได้แก่ การป้องกันพฤติกรรมการใช้ยาของมนุษย์ที่เกิดจากการ คิดพึ่งยาและหวังผลจากฤทธยานั้นเอง ซึ่งบุคคลในข่ายที่ต้องป้องกันไม,ให้ทำพฤติกรรมใช้ยาเสพติดอาจ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน คือ
                      1.กลุ่มที่ยังไม,เคยใช้ยาและยังไม,เริ่มใช้ยา
                    2.กลุ่มที่เคยใช้ยา ซึ่งจำแนกออกไต้เป็นพวกที่เคยลองใช้แล้วเลิก พวกที่ใช้เป็นครั้งคราว พวกที่ใช้บ่อยๆ เป็นประจำแด,ยังไม,ถึงขึ้นติดยาและพวกติดยาใช้ยาแล้ว
                      3.กลุ่มที่ใช้ยาเป็นประจำหรือติดยาที่ผ่านการทำบัดรักษาและเลิกใช้ยาติดยามาแล้ว เนื่องจากบุคคลทั้งสามกลุ่มที่กล่าวมานั้มีโอกาสที่จะเป็นผู้ใช้ยา และติดยาในอนาคตไต้ เช่นเดียวกัน
กิจกรรมของข่ายงานป้องกันจึงจำเป็นต้องครอบคลุมบุคคลทั้งสามกลุ่ม โดยที่ผู้ดำเนินงานป้องกัน เป้าหมายแด,ละกลุ่มจะต้องกำหนดมาตรการและวิธีการใช้แตกต่างกันออกไป เพื่อให้เหมาะสมกับ ลักษณะเฉพาะของเป้าหมายแดละกลุ่ม
                    ลักษณะงานด้านป้องกัน (Prevention) จึงมี 3 ระดับด้วยกัน คือ
                      1.การป้องกันขั้นพืนฐาน (Primary Prevention)
                       2.การป้องกันขั้นที่สอง (Secondary Prevention)

                       3.การป้องกันขันที่สาม (Tertiary Prevention)
1.การป้องกันขั้นพื้นฐาน (Primary Prevention)
          การป้องกันพื้นฐานหรือบางคนเรียกว่าการป้องกันเบื้องต้น หมายถึง การดำเนินการใด ๆ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนปิดประตูที่จะนำไปสู่การใช้ยาเสพติดอย่างถาวร ให้เยาวชนตัดสินใจด้วย ตนเองที่จะไม,ใช้ยาเสพติด ไม,คิดจะเสี่ยง ทดลอง เป็นการมุ่งป้องกันคนส่วนใหญ่ของแผ่นดินไม,ให้เช้าไป หายาเสพติด เป็นการป้องกันอย่างถาวร
          งานป้องกันขั้นพื้นฐานจึงนับเป็นงานที่มีความสำคัญที่สุด และเป็นกุญแจสำคัญนำไปสู่ ความสำเร็จของการป้องกันและแก้ไขป้ญหายาเสพติดของชาติ แด,ในขณะเดียวกันเป็นงานที่มีความ สลับซับซ้อนทำไต้ยาก เพราะเป็นงานที่เกี่ยวช้องกับการวางรากฐานให้กับคนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่ง ต้องเริ่มปลูกแงตั้งแต่ยังเยาว์วัยต่อเนื่องกันไปจนพ้นวัยเรียน โดยอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายให้ ช่วยกันทำ
                      2.การป้องกันขั้นทีสอง (Secondary Prevention)
           การป้องกันขั้นที่สองนี้ใช้กันในความหมายที่แบ่งเป็น 2 นัย นัยหนึ่ง หมายถึง การป้องกันโดยทางอ้อม ซึ่งหมายถึงการกระทำใด ๆ ที่เป็นการขัดขวางไม,ให้ยาเช้าไปสู่คน โดยมีจุดหมาย ที่เริ่มจากตัวยาเสพติดที่เป็นป้ญหาหลัก ซึ่งตรงกันข้ามกับการป้องกันขั้นพื้นฐานที่มุ่งป้องกันไม,ให้คนเช้า ไปหายา ด้วยการมองภาพที่คนเป็นจุดตั้งต้น
           ดังนั้น การป้องกันขั้นที่สอง ตามความหมายนี้จึงครอบคลุมถึงงานเกี่ยวกับ การปราบปราม ยึด อายัด เผาทำลายยาเสพติด การสกัดกั้น การตรวจเข้ม การตรวจป้สสาวะหาสารเสพติด การส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเช้าไปประจำทำการสอดแนมในโรงเรียน รวมถึงมาตรการตรวจจับ จำแนก เพื่อแยกผู้ใช้ยาเสพติดไปรับการทำบัดรักษาพื้นฟู หรือป้องกันไม,ให้ผู้ติดยาสามารถเผยแพร,ยาเสพติดไปสู่ ผู้ไม,ใช้เสพติดด้วย
          ส่วนอีกนัยหนึ่งเป็นความหมายที่มักใช้กันในวงการของผู้มีอาชีพแนะแนว ในความหมายของการดำเนินการช่วยเหลือให้ผู้ที่เคยลองใช้ยาเสพติด หรือผู้ที่ใช้ยาเสพติดชนิดใดชนิด หนึ่งเป็นครั้งคราวหรือใช้บ่อยๆ แด,ยังไม,ติดยา ให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเลิกใช้ เลิกเกี่ยวช้องกับยาเสพติด ชนิดนั้นๆ เป็นมาตรการแยกคนออกจากยา หรือดึงคนติดยาออกจากยาเสพติดด้วยมาตรการแนะแนว ให้คำปรึกษาและจิตเวชบำบัด เป็นการป้องกันที่เน้นการสกัดกั้นเพื่อหยุดยั้งพฤติกรรมการใช้ยาเสพติด ของกลุ่มผู้ที่ใช้ยาเสพติดหรือมีประสบการณ์เกี่ยวช้องกับยาเสพติดมาแล้ว
                     3.การป้องกันขั้นทีสาม (Tertiary Prevention)
          การป้องกันขั้นที่สาม คือ การป้องกันการติดซํ้า (Relapse) เป็นมาตรการที่ใช้สำหรับผู้ติด ยาเสพติดที่ไต้รับการทำบัดรักษาด้วยการถอนพิษยาแล้วไม,ให้กลับไปติดยาซํ้าใหมอกเป็นมาตรการเสริม ที่สนับสนุนมาตรการทางการแพทย์เพื่อให้ผู้ป่วยที่ไต้รับการรักษาให้หายขาดจากยาแล้วอยู่อย่างปลอดภัย จากยาเสพติดไต้ยาวนานขั้นก่อนที่จะหวนกลับไปติดยาอีก
           การป้องกันขั้นที่สามจะอาศัยมาตรการทุกชนิดที่มุ่งให้ผู้ติดยาหายจากอาการติดยาทางจิต ด้วยมาตรการพื้นฟูจิตใจ (Rehabilitation) ด้วยวิธีจิตเวชบำบัด (Psychological therapy) การให้คำปรึกษา (Social counseling) กลุ่มบำบัด (Group therapy) และนันทนาการบำบัด (Recreational therapy) เป็นการป้องกันผู้ติดยาเสพติดที่บำบัดแล้วไม,ให้กลับไปติดยาใหม่อีก ถือเป็นส่วนหนึ่งของ งานด้านการป้องกันที่มุ่งลดความต้องการยาลงด้วยการสกัดกั้นไม,ให้กลับไปใช้ยาอีก ซึ่งจะเป็นการ ป้องกันไม,ให้พวกเขานำยาไปเผยแพร,ต่อให้คนอื่นได้ด้วย
             โดยสรุปแล้ว การป้องกันขั้นพื้นฐาน นั้นเป็นการป้องกันมิให้มีการทดลองใช้ยา การใช้ ยาในทางที่ผิดหรือมิให้มีผู้เสพติดรายใหม่ๆ เกิดขั้น การป้องกันขั้นที่สองเป็นการเร่งรีบนำผู้ที่ติดยาแล้ว ไปบำบัดรักษา และการที่จะทำการป้องกันการเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นจำเป็นต้องมีความเช้าใจ ในสาเหตุและองค์ประกอบของบํญหาการเสพติดเสียก่อน องค์ประกอบที่ทำให้เกิดการติดยานั้น ได้แก่ คน ยา และปจจัยที่เอื้ออำนวยให้มีการติดยา การวางแผนแก้ไขและป้องกัน จึงจำต้องศึกษาหาสาเหตุ เฉพาะและให้การป้องกันให้ตรงกับสาเหตุหลัก ดังนั้น การป้องกันการเสพติดที่เจาะจงถึงสาเหตุนั้น มีแนวทาง 3 แนวทาง ได้แก่
                        1.การป้องกันในวงกว้าง เป็นการป้องกันโดยเน้นเป้าหมายที่สังคมโดยทั่วไปมุ่งสร้าง สังคมให้ตระหนักถึงพิษและภัยของยา ลดความต้องการของสังคม และลดการตอบสนองของยาเสพติด ซึ่งการดำเนินงานมีหลายรูปแบบ เช่น การพัฒนาสุขภาพ การสร้างเสริมศีลธรรม การใช้กฎหมาย การพัฒนาสังคม ฯลฯ กลวิธีของการป้องกันในแนวกว้าง ได้แก่
                     1.1การให้การศึกษาในการถ่ายทอดความ! เพื่อให้เกิดการเรียน!ทักษะและ ประสบการณ์ในการสร้างคุณภาพชีวิตและการไม,พึ่งพายาเสพติด โดยเน้นถึงการพัฒนาตนเองและจิตใจ ให้มีความเชื่อมั่นว่าตนเองมีคุณค่า สร้างสุขนิสัย และ!เกทักษะในการประกอบอาชีพ
                       1.2การให้ข้อมูลและข่าวสาร เป็นการให้ข้อมูลและข่าวสารที่ถูกต้องของป้ญหา
ยาเสพติด เพื่อให้ชุมชนได้วิเคราะห์ เลือกข้อมูลและตัดสินใจด้วยตนเองในการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ต่อตนเอง
                      1.3 การจัดกิจกรรมทางเลือก ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับพื้นฐานของบุคคลและชุมชน เพื่อเป็นทางเลือกในการใช้เวลาช่วยเที่ยงเบนความสนใจจาก พฤติกรรมที่ไม,เหมาะสมและเป็นการช่วยพัฒนาทั้งร่างกายและจิตใจ
                       1.4 การป้องกันในวงแคบ มุ่งเน้นเฉพาะบุคคลบางกลุ่ม หรือชุมชนบางแห่งที่เสี่ยงต่อ ป้ญหาการเสพติด กลวิธีในการดำเนินงาน การป้องกันในวงแคบ ได้แก่
                     1.5 การ!เกอบรม เป็นการ!เกอบรมแก,กลุ่มแกนนำและกลุ่มประชาชนให้มีความ! ด้านการป้องกันการเสพติด การใช้ยาในทางที่ถูก โดยมีจุดประสงค์ให้กลุ่มแกนนำประยุกต์ความ!นั้นไป ปฏิบัติในชุมชนให้สอดคล้องกับสภาพของท้องถิ่น ส่วนกลุ่มประชาชนนั้นให้มีความ!และมีพฤติกรรมต่อด้านการเสพติดโดยตรง
                      1.6 การรณรงค์ เป็นการเผยแพร,ข่าวสารโดยการระดมสื่อต่าง ๆ ภายใต้ขอบเขตที่ กำหนดไว้ ให้ประชาชนเกิดการตื่นตัว ตระหนักถึงป็ญหาและเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ป็ญหา
                     1.7การปฏิบัติการทางสังคม เป็นวิธีการที่หวังผลของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น ขจัดแหล่งมั่วสุม กวาดล้างแหล่งผลิต ฯลฯ
                       2. การป้องกันกรณีพิเศษ เป็นการป้องกันที่เน้นในวงแคบที่สุด โดยเป้าหมายอยู่ที่ผู้ค้า ผู้ติดยาเสพติด หรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูง และครอบครัว เช่น บุคคลที่กำลังเผชิญกับป้ญหาของตนเอง บุคคล ที่ครอบครัวแตกแยก ผู้ติดยาที่ผ่านการถอนพิษยามาแล้ว กลวิธีในการป้องกันในกรณีพิเศษนี้ได้แก่
                       2.1การวิเคราะห์ป้ญหา เพื่อให้ผู้ติดยาไต้ทราบเกี่ยวกับพฤติกรรมและป้ญหาของตน
ในการติดยา
                      2.2การให้กำปรึกษาแนะนำ เป็นการให้แนวทางปฏิบัติสำหรับเลือกปฏิบัติในกรณีที่ เกิดป้ญหาเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ยาเสพติด
           2.3 การให้กำปรึกษาแก,ครอบครัว เพื่อลดความกดตันในครอบครัวลงและให้ แนวปฏิบัติแก,ครอบครัวของผู้ติดยาเสพติดหรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อลดป้ญหาของตนเอง
                     2.4การให้สุขศึกษา เป็นการให้ความ!เรื่องยาและสุขภาพอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกัน การกลับไปใช้ยาในทางที่ผิดอีก
                     2.5 การให้กำลังใจ เพื่อเพิ่มกำลังใจให้แก,ผู้ติดยาในขณะที่กำลังเผชิญป้ญหาที่อาจ นำไปใช้ในทางที่ผิดอีก
                     2.6 การ'แกอาชีพ เพื่อเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตตามความสามารถและความถนัด ของตนเป็นการลดความกดตันต้านเศรษฐกิจ และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน
                  กลวิธีทุกอย่างสามารถนำไปปฏิบัติพร้อมๆ กันได้หลายกลวิธีไม,ว่าจะเป็นการป้องกัน ในระดับไหน หรือมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันมิให้เกิดการใช้ยาในทางที่ผิด หรือป้องกันการติดซํ้าซึ่งเป็น หัวใจสำคัญของการป้องกันและแค้ป้ญหาการติดสารเสพติด ทุกผ่ายที่เกี่ยวช้องควรเช้ามามีส่วนร่วม ดำเนินการอย่างจริงจัง



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น