วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

2. 2 ปัญหาทางเพศในเด็กและวัยรุ่น

ปัญหาทางเพศในเด็กและวัยรุ่นแบ่งตามประเภทต่างๆ ได้ดังนี้
1. ความผิดปกติในเอกลักษณ์ทางเพศ
เด็กมีพฤติกรรมผิดเพศ เด็กรู้สึกว่าตนเองเป็นเพศตรงข้ามกับเพศทางร่างกายมาตั้งแต่เด็ก และมี พฤติกรรมทางเพศเป็นแบบเดียวกับเพศตรงข้าม ได้แก่
                 •   การแต่งกายชอบแต่งกายผิดเพศ เด็กชายชอบสวมกระโปรงและรังเกียจกางเกง เด็กหญิง รังเกียจกระโปรงแด,ชอบสวมกางเกง เด็กชายชอบแต่งหน้าทาปาก ชอบดูแม่แต่งตัวและเลียนแบบแม่
                 •   การเล่น มักเล่นเลียนแบบเพศตรงข้าม หรือชอบเล่นกับเพศตรงข้าม เด็กชายมักไม,ชอบ เล่นรุนแรงชอบเล่นกับผู้หญิงและมักเข้ากลุ่มเพศตรงข้ามเสมอ เป็นต้น
                •   จินตนาการว่าตนเองเป็นเพศตรงข้ามเสมอแม้ในการเล่นสมมุติก็มักสมมุติตนเองเป็นเพศ
ตรงข้ามเด็กชายอาจจิตนาการว่าตัวเองเป็นนางฟ้า หรือเจ้าหญิง เป็นต้น
  •    พฤติกรรมทางเพศ เด็กไม,พอใจในอวัยวะเพศของตนเอง บางคนรู้สึกรังเกียจหรือแสร้ง ทำเป็นไม,มีอวัยวะเพศหรือต้องการกำจัดอวัยวะเพศออกไป เด็กหญิงจะยืนปัสสาวะ เด็กชายจะนั่งถ่าย ปัสสาวะเลียนแบบพฤติกรรมทางเพศของเพศตรงข้ามโดยตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ
อาการต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นแล้วดำเนินอย่างต่อเนื่อง เด็กอาจถูกล้อเลียน ถูกกีดกันออกจากกลุ่ม เพื่อนเพศเดียวกัน เด็กมักพอใจในการเข้าไปอยู่กับกลุ่มเพื่อนต่างเพศ และถ่ายทอดพฤติกรรมของเพศตรง ข้ามทีละน้อย ๆ จนกลายเป็นบุคลิกภาพของตนเอง
เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น เด็กมีความรู้สึกไม,สบายใจเกี่ยวกับเพศของตนเองมากขึ้น และต้องการ เปลี่ยนแปลงเพศตนเอง จนกลายเป็นบุคลิกภาพของตนเอง
2. รักร่วมเพศ (Homosexualism)
อาการ เริ่มเห็นชัดเจนตอนเข้าวัยรุ่น เมื่อเริ่มมีความรู้สึกทางเพศ ทำให้เกิดความพึงพอใจทางเพศ (sexual orientation) โดยมีความรู้สึกทางเพศ ความต้องการทางเพศ อารมณ์เพศกับเพศเดียวกัน
รักร่วมเพศยังรู้จักเพศตนเองตรงตามที่ร่างกายเป็น รักร่วมเพศชายบอกตนเองว่าเป็นเพศชาย รักร่วมเพศที่เป็นหญิงบอกเพศตนเองว่าเป็นเพศหญิง
การแสดงออกว่าชอบเพศเดียวกัน มีทั้งแสดงออกชัดเจนและไม่ชัดเจน
กิริยาทำทางและการแสดงออกภายนอก มีทั้งที่แสดงออกชัดเจนและไม่แสดงออก ขึ้นอยู่กับ บุคลิกของผู้นั้นและการยอมรับของสังคม
ชายชอบชาย เรียกว่า เกย์ (gay) หรือตุ๊ด แต๋ว เกย์ยังมีประเภทย่อย เป็นเกย์คิง และเกย์ควีน เกย์คิง แสดงบทบาทภายนอกเป็นชาย การแสดงออกทางเพศ (gender role) ไม่ค่อยเป็นหญิง จึงดูภายนอกเหมือน ผู้ชายปกติธรรมดา แต่เกย์ควีนแสดงออกเป็นเพศหญิง เช่น กิริยาท่าทาง คำพูด ความสนใจ กิจกรรมต่าง ๆ ความชอบต่าง ๆ เป็นหญิง
หญิงชอบหญิง เรียกว่า เลสเบี้ยน (lesbianism) การแสดงออกมี 2 แบบเช่นเดียวกับเกย์ เรียกว่า ทอมและดี้ ดี้แสดงออกเหมือนผู้หญิงทั่วไป แต่ทอมแสดงออก (gender role) เป็นชาย เช่น ตัดผมสั้น สวมกางเกงไม่สวมกระโปรง
ในกลุ่มรักร่วมเพศ ยังมีประเภทย่อยอีกประเภทหนึ่ง ที่มีความพึงพอใจทางเพศได้ทั้งสองเพศ เรียกว่า ไบเซกซวล (bisexualism) มีความรู้สึกทางเพศและการตอบสนองทางเพศได้ทั้งสองเพศ
สาเหตุ ปัจจุบันมีหลักฐานสนับสนุนว่า สาเหตุมีหลายประการประกอบกัน ทั้งสาเหตุทางร่างกาย พันธุกรรม การเลี้ยงดู และสิ่งแวดล้อมภายนอก
การช่วยเหลือ พฤติกรรมรักร่วมเพศเมื่อพบในวัยเด็ก สามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยการแนะนำการ เลี้ยงดู ให้พ่อแม่เพศเดียวกันใกล้ชิดมากขึ้น พ่อแม่เพศตรงข้ามสนิทสนมน้อยลง เพื่อให้เกิดการถ่ายทอด แบบอย่างทางเพศที่ถูกเพศ แด,ต้องให้มีความสัมพันธ์ดีๆ ต่อกัน ส่งเสริมกิจกรรมเหมาะสมกับเพศ เด็กชาย ให้เล่นกีฬาส่งเสริมความแข็งแรงทางกาย ให้เด็กอยู่ในกลุ่มเพื่อการเรียน!เพศเดียวกัน
ถ้ารู้ว่าเป็นรักร่วมเพศตอนวัยรุ่น ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ การช่วยเหลือทำได้เพียงให้ คำปรึกษาแนะนำในการดำเนินชีวิตแบบรักร่วมเพศอย่างไร จึงจะเกิดปัญหาน้อยที่สุด และให้คำแนะนำ พ่อแม่เพื่อให้ทำใจยอมรับสภาวการณ์นี้โดยยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกต่อไป
การป้องกัน การเลี้ยงดู เริ่มตั้งแต่เล็ก พ่อแม่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน พ่อหรือแม่ที่เพศเดียวกันกับเด็ก ควรมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก และควรแนะนำเกี่ยวกับการคบเพื่อน รวมทั้งส่งเสริมกิจกรรมให้ตรงตามเพศ
3. พฤติกรรมกระตุ้นตนเองทางเพศในเด็ก และการเล่นอวัยวะเพศตนเอง
อาการ กระตุ้นตนเองทางเพศ เช่น นอนคว่ำถูไถอวัยวะเพศกับหมอนหรือพื้น
สาเหตุ เด็กเหงา ถูกทอดทั้ง มีโรคทางอารมณ์เด็กมักค้นพบด้วยความบังเอิญ เมื่อถูกกระตุ้นหรือ
กระตุ้นตนเองที่อวัยวะเพศแล้วเกิดความรู้สึกเสียว พอใจกับความรู้สึกนั้น เด็กจะทำซ้ำในที่สุดติดเป็นนิสัย การช่วยเหลือ
1. หยุดพฤติกรรมนั้นอย่างสงบ เช่น จับมือเด็กออก ให้เด็กนอนหงาย บอกเด็กสั้นๆ ว่า “หนูไม่เล่น
อย่างนั้น” พร้อมให้เหตุผลที่เหมาะสมจูงใจ
2. เบี่ยงเบนความสนใจ ให้เด็กเปลี่ยนท่าทาง ชวนพูดคุย
3. หากิจกรรมทดแทน ให้เด็กได้เคลื่อนไหว เพลิดเพลิน สนุกสนานกับกิจกรรมและสังคม
4. อย่าให้เด็กเหงา ถูกทอดทั้งหรืออยู่ตามลำพัง เด็กอาจกลับมากระตุ้นตนเองอีก
5. งดเว้นความก้าวร้าวรุนแรง การห้ามด้วยท่าที่น่ากลัวเกินไปอาจทำให้เด็กกลัวฝังใจมีทัศนคติ
ด้านลบต่อเรื่องทางเพศ อาจกลายเป็นเก็บกดทางเพศ หรือขาดความสุขทางเพศในวัยผู้ใหญ่
4. พฤติกรรมกระตุ้นตนเองทางเพศในวัยรุ่น หรือการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง(Masturbation)
สาเหตุ พฤติกรรมกระตุ้นตนเองทางเพศในวัยรุ่นเป็นเรื่องปกติ ไม่มีอันตราย ยอมรับได้ถ้า
เหมาะสมไม่มากเกินไปหรือหมกมุ่นมาก พบได้บ่อยในเด็กที่มีปัญหาทางจิตใจ ปัญญาอ่อน เหงา กามวิปริตทางเพศ และสิ่งแวดล้อมมีการกระตุ้นหรือยั่วยุทางเพศมากเกินไป
การช่วยเหลือ ให้ความ!เรื่องเพศที่ถูกต้อง ให้กำหนดการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองให้พอดีไม่มากเกินไป ลดสิ่งกระตุ้นทางเพศไม่เหมาะสม ใช้กิจกรรมเบนความสนใจ เพิ่มการออกกำลังกายแกให้ เด็กมีการควบคุมพฤติกรรมให้พอควร
5. พฤติกรรมทางเพศที่วิปริต (Paraphilias)
อาการ ผู้ป่วยไม่สามารถเกิดอารมณ์เพศได้กับสิ่งกระตุ้นทางเพศปกติ มีความรู้สึกทางเพศได้ เมื่อมีการกระตุ้นทางเพศที่แปลกประหลาดพิสดาร ที่ไม่มีในคนปกติ ทำให้เกิดพฤติกรรมใช้สิ่ง ผิดธรรมชาติกระตุ้นตนเองทางเพศ มีหลายประเภทแยกตามสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดความ!สึกทางเพศ
ประเภทของ Paraphilia
1. เกิดความ!สึกทางเพศจากการสัมผัส ลูบคลำ สูดดมเสื้อผ้าชุดชั้นใน Fetishism
2. เกิดความ!สึกทางเพศจากการโชว์อวัยวะเพศตนเอง Exhibitionism
3. เกิดความ!สึกทางเพศจากการได้ถูไถ สัมผัสภายนอก Frotteurism
4. เกิดความ!สึกทางเพศจากการแอบดู Voyeurism
5. เกิดความรู้สึกทางเพศทำให้ผู้อื่นเจ็บปวด ด้วยการทำร้ายร่างกาย หรือคำพูด Sadism
6. เกิดความ!สึกทางเพศจากการทำตนเอง หรือให้ผู้อื่นทำให้ตนเองเจ็บปวด ด้วยการทำร้าย
ร่างกายหรือคำพูด Masochism
7. เกิดความรู้สึกทางเพศกับเด็ก (Pedophilia)
8. เกิดความรู้สึกทางเพศกับสัตว์ (Zoophilia)
9. เกิดความรู้สึกทางเพศจากการแต่งกายผิดเพศ (Transvestism)
สาเหตุที่ก่อให้เกิดความผิดปกติทางเพศ คือ
1. การเลี้ยงดูและพ่อแม่ปลูกฝังทัศนคติไม่ดีต่อเรื่องทางเพศที่พ่อแม่ปลูกฝังเด็ก ทำให้เด็กเรียนรู้ว่า
เรื่องเพศเป็นเรื่องต้องห้าม ต้องปิดบัง เลวร้ายหรือเป็นบาป เด็กจะเก็บกดเรื่องเพศ ทำให้ปิดกั้นการ
ตอบสนองทางเพศกับตัวกระตุ้นทางเพศปกติ
2. การเรียนรู้ เมื่อเด็กเริ่มมีความ!สึกทางเพศ แต่ไม่สามารถแสดงออกทางเพศได้ตามปกติ เด็ก จะ
แสวงหาหรือเรียน!ด้วยตัวเองว่า เมื่อใช้ตัวกระตุ้นบางอย่างทำให้เกิดความ!สึกทางเพศได้ จะเกิดการ เรียนรู้
แบบเป็นเงื่อนไขและเป็นแรงเสริมให้มีพฤติกรรมกระตุ้นตัวเองทางเพศด้วยสิ่งกระตุ้นนั้นอีก
การช่วยเหลือ
ใช้หลักการช่วยเหลือแบบพฤติกรรมบำบัด ดังนี้
1. การจัดการสิ่งแวดล้อม กำจัดสิ่งกระตุ้นเติมที่ไม่เหมาะสมให้หมด หากิจกรรมทดแทน เที่ยงเบน
ความสนใจ อย่าให้เด็กเหงาอยู่คนเดียวตามลำพัง ปรับเปลี่ยนทัศนคติทางเพศในครอบครัว ให้เห็นว่าเรื่อง
เพศไม่ใช่เรื่องต้องห้าม สามารถพูดคุยเรียนรู้ได้ พ่อแม่ควรสอนเรื่องเพศกับลูก
2. ฝึกการรู้ตัวเองและควบคุมตนเองทางเพศ ให้รู้ว่ามีอารมณ์เพศเมื่อใด โดยสิ่งกระตุ้นใด พยายาม
ห้ามใจตนเองที่จะใช้สิ่งกระตุ้นเติมที่ผิดธรรมชาติ
3. ฝึกการสร้างอารมณ์เพศกับตัวกระตุ้นตามปกติ เช่น รูปโป๊-เปลือย แนะนำการสำเร็จความใคร,ที่
ถูกต้อง
4. บันทึกพฤติกรรมเมื่อยังไม่สามารถหยุดพฤติกรรมได้ สังเกตความถี่ห่าง เหตุกระตุ้น การยับยั้งใจ
ตนเอง ให้รางวัลตนเองเมื่อพฤติกรรมลดลง
การป้องกัน การให้ความ!เรื่องเพศที่ถูกต้องตั้งแต่เด็กด้วยทัศนคติที่ดี
6. เพศสัมพันธ์ในวัยรุ่น
ลักษณะปัญหา มีพฤติกรรมทางเพศต่อกันอย่างไม่เหมาะสม มีเพศสัมพันธ์กันก่อนวัยอันควร
สาเหตุ
1. เด็กขาดความรักความอบอุ่นใจจากครอบครัว
2. เด็กขาดความรู้สึกเห็นคุณค่าตนเอง ไม่ประสบความสำเร็จด้านการเรียน แสวงหาการยอมรับ
หาความสุขและความพึงพอใจจากแฟน เพศสัมพันธ์และกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่าง ๆ
3. เด็กขาดความรู้และความเข้าใจทางเพศ ความตระหนักต่อปัญหาที่ตามมาหลังการมี เพศสัมพันธ์
การป้องกันตัวของเด็ก ขาดทักษะในการป้องกันตนเองเรื่องเพศ ขาดทักษะในการจัดการกับ อารมณ์ทางเพศ
4. ความรู้และทัศนคติทางเพศของพ่อแม่ที่ไม่เข้าใจ ปิดกั้นการอธิบายเรื่องเกี่ยวกับเพศ ทำให้เด็ก
แสวงหาเองจากเพื่อน
5. อิทธิพลจากกลุ่มเพื่อน รับรู้ทัศนคติที่ไม่ควบคุมเรื่องเพศ เห็นว่าการมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่อง
 ธรรมดา ไม่เกิดปัญหาหรือความเสี่ยง
6. มีการกระตุ้นทางเพศ ได้แก่ ตัวอย่างจากพ่อแม่ ภายในครอบครัว เพื่อน สื่อยั่วยุทางเพศต่าง ๆ
ที่เป็นแบบอย่างไม่ดีทางเพศ
การป้องกัน
การป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่น แบ่งเป็นระดับต่าง ๆ ตังนี้
1. การป้องกันระดับต้นค่อนเกิดปัญหา ได้แก่ ลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ การเลี้ยงดูโดยครอบครัว สร้าง
ความรักความอบอุ่นในบ้าน สร้างคุณค่าในตัวเอง ให้ความ!และทัศนคติทางเพศที่ดี มีแบบอย่างที่ดี
2. การป้องกันระดับที่ 2 หาทางป้องกันหรือลดการมีเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นที่มีความเสี่ยงอยู่แล้ว โดย
การสร้างความตระหนักในการไม่มีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนหรือก่อนการแต่งงาน หาทาง
เบนความสนใจวัยรุ่นไปสู่กิจกรรมสร้างสรรค์ ใช้พลังงานทางเพศที่มีมากไปในด้านที่เหมาะสม
3. การป้องกันระดับที่ 3 ในวัยรุ่นที่หยุดการมีเพศสัมพันธ์ไม่ได้ ป้องกันปัญหาที่เกิดจากการมี
เพศสัมพันธ์ ป้องกันการตั้งครรภ์และโรคติดต่อทางเพศ โดยการให้ความรู้ทางเพศ เที่ยงเบนความสนใจ หา
กิจกรรมทดแทน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น